2006/Nov/01

อันที่จริงเรื่องนี้ก็ผ่านมาราวสองสัปดาห์แล้ว แต่ว่าเพิ่งทำใจได้ไม่นานนัก ถึงข้าพเจ้าจะดูปกติสุขดีก็ตาม

คนที่รู้จักข้าพเจ้า คงเคยเห็นเจ้าหนูนี่



เค้าชื่อฟริสโก้ (Frisco) เป็นพันธุ์ผสม ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ กับ คอกเกอร์สแปเนียล (ไม่เชี่ยวชาญด้านหมา ขออภัย) ได้มาจากน้าตั้งแต่เค้ายังเด็กมาก

เป็นหมาที่น่ารักแล้วก็ขี้อ้อนมากๆ ถึงจะดื้อไปหน่อย หรือหน้าตาไม่ได้หรูหราเหมือนหมาพันธุ์แท้ราคาแพง แต่เค้าก็เ็ป็นหมาที่น่ารัก แล้วทุกคนในบ้านก็รักเค้าหมด เรียกได้ว่าเป็นสมาชิกของบ้าน ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง

เป็นหมาที่สุขภาพดีมากด้วย

แต่ตอนนี้เค้าไม่อยู่ละ

ตั้งแต่ช่วงกลางปี เค้าก็เริ่มชักขึ้นมาซะเฉยๆ ทีแรกก็นึกว่าเป็นอาการประเภทลมชัก เพราะว่าเว้นเวลาแต่ละครั้งนานเป็นเดือน บวกกับไม่มีอาการข้างเคียงนอกจากนั้น ก็เลยไม่ถือว่ารุนแรงมาก พาไปหาหมอ หมอก็บอกว่าน่าจะเป็นลมชัก แต่ตรวจดูอย่างอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร

พอมาถึงช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ อาการหนักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ชักถี่ขึ้น มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก แล้วก็กินอาหารไม่ค่อยได้

พาไปหาหมอที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคประเภทนี้ ก็ยังไม่รู้สา้เหตุ เลยคิดว่าเป็นได้ว่าเป็นเนื้องอกในสมอง หรืออะไรเทือกนั้น

หมอสั่งยาให้ กันอาการชัก ก็ไม่ได้ผล เปลี่ยนยา ให้ยามากขึ้น ก็ไม่ได้ผล มีแต่จะเป้นหนักขึ้น

คนที่เลี้ยงหมาคงเข้าใจว่า เวลาเห็นหมาของเราเป็นแบบนั้น แล้วเราช่วยอะไรไม่ได้เลย มันรู้สึกยังไง

ช่วงสุดท้ายนี้ อาการหนักขนาดที่ว่า ถ้าไม่นอน ก็จะอยู่นิ่งไม่ได้ แล้วกล้ามเนื้อกระตุกตลอด เห็นได้ชัดมาก

แม่ข้าพเจ้ากับตัวข้าพเจ้าเองก็เลยตัดสินใจว่า ให้เค้าได้หลับอย่างสบายไปดีกว่า

ก็เลยให้ฉีดยา เพื่อหลับไปเฉยๆ

พวกเรารักเค้ามั้ย

รักมากๆ

และเพราะอย่างนั้นจึงเลือกที่จะทำแบบนี้

ถึงเป็นไปได้ว่าผ่าตัดจะช่วยได้ แต่ก็คงไม่มีทางให้เค้าอยู่ได้อย่างสงบสุขเป็นปกติอีก

รวมอายุแล้ว ก็สามปีพอดี

แม่ผมบอกว่า การที่เราเลี้ยงเค้ามาเนี่ย สอนอะไรเราหลายอย่าง อย่างน้อยๆก็เรื่องที่ว่า ชีวิตเนี่ย สั้นนัก บางทีกว่าที่เราจะนึกทำอะไรดีๆให้กันได้ มันก็สายเกินไปแล้ว

ผมเคยตีเค้า เคยทำอะไรรุนแรงกับเค้า เพราะว่าเค้าดื้อ เค้าซน หรือบางทีก็กัดคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง แล้วสุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจ เมื่อเค้าไม่อยู่แล้ว ก็เสียใจที่เคยทำอะไรแบบนั้น

แต่ได้ประโยชน์อะไรล่ะ ในเมื่อเค้าไม่อยู่แล้ว

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่านึกยังไงถึงได้เขียนเรื่องนี้ บางทีมันอาจจะมีข้อคิดดีๆสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองละมั้ง บางทีอาจจะเรื่องชีวิตของคนเราด้วย



อันนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ได้ถ่าย ก่อนที่เค้าจะจากพวกเราไป


เพิ่งอาบน้ำเสร็จล่ะ



ผมขอใช้พื้นที่ส่วนนี้เป็นส่วนของเจ้าหมาน้อยตัวนี้เลยก็แล้วกัน

ถึงเค้าจากไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่รักของครอบครัวผมอยู่เสมอ

ขอให้ได้พักผ่อนอย่างสงบ

2006/Oct/14

Decklists Change~~

เกี่ยวมั้นไม่รู้ เอาเหอะ - - วันนี้ว่างจัด จึงมุ่งหน้าไปร้านการ์ดที่อนุสาวรีย์ สมใจแล้ว จัดเด็คได้ซะที ><

แต่หมดตูดเลย - -

ความผิดอยู่ที่ฮอทพอทบิ๊กซีลาดพร้าว


ข้อสังเกต 1
- วันนี้ไม่ได้ถือร่มออกจากบ้าน แต่ฝนก็ไม่ตก

ข้อสังเกต 2
- ปอ.92 มีกระเป๋าสองคน

ข้อสังเกต 3
- รถติดเว่อ - -



ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมช่วงตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วรถติดโหดๆทุกวันที่ออกจากบ้านเลย ทารุณมาก แถมบ่ายๆปอ.ก็แอร์ไม่เย็น แล้วยังกระแดะเก็บแพงกว่ารถปกติอีก นั่งๆไปร้อนกว่ารถธรรมดาด้วยมั้ง -*-

เดี๋ยวปั๊ดสาปด้วยอาถรรพ์สนิม

ข้อดีของวันนี้ - เด็คเสร็จแล้ว~

ข้อไม่ค่อยดีของวันนี้ - หมดตูด - - จำไว้ไอ้ฮอทพอท ชั้นจะอาฆาตแก = =

edit @ 2006/10/14 17:19:50

2006/Oct/13

FFGN Related Information

Civic of Magics' Inhabitant

Ganalade


กานาเลดจ์




ลักษณะทางกายภาพทั่วไป

กานาเลดจ์มีโครงสร้างร่างกายที่คล้ายมนุษย์ คือ ยืนด้วยขาสองขา มีแขนและมือที่ใช้ในการทำหน้าที่หยิบจับสิ่งของ

ลักษณะเด่นของเผ่าพันธุ์คือ ร่างกายจะมีขนคล้ายขนแมวปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย มีหูที่ยาว และแขนที่ยามผิดปกติ รวมถึงนิ้วมือสามนิ้วที่มีขนาดใหญ่ และทรงพลัง นอกจากนี้ยังมีหางแยกออกจากกันสองด้าน ปลายของหางมักจะแหลม แม้จะไม่มีความสามารถในการทะลวงก็ตาม

โดยทั่วไปแล้วสีขนของกานาเลดจ์จะเป็นสีน้ำตาล ขาว ดำ หรือเทา เท่านั้น แต่ก็มีบ้างที่จะมีสีที่แตกต่างออกไป

กานาเลดจ์ด้วยความที่มีลักษณะของสัตว์ป่าอยู่ จึงมีประสาทสัมผัสพิเศษที่เหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ พวกเขามองเห็นในที่มืดได้ดี และหนวดทั้งสี่ก็สามารถตรวบจับการเคลื่อนไหวในบริเวณรอบๆได้


ความสามารถพิเศษ


ดังที่กล่าวไป หนึ่งในความสามารถพิเศษของเผ่าพันธุ์นี้ คือประสาทสัมผัสที่ดีเลิศ

นอกเหนือจากนั้นแล้ว กานาเลดจ์ยังมีโครงสร้างร่างกายที่เหมาะแก่การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แม้จะคล้ายมนุษย์ แต่ก็บอบบางกว่า และว่องไวกว่า

กานาเลดจ์มีความสามารถทางด้านการดึงพลังงานดิบจากจิตของตนเองออกมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อประกอบกับความเฉลียวฉลาดที่ไมไ่ด้ด้อยไปกว่ามนุษย์แล้ว นั่นทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใช้เวทมนตร์เผ่าอื่นๆเลย ถึงแม้ว่ากานาเลดจ์จะต้องพยายามอย่างมากในการควบคุมสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตนก็ตาม


ข้อมูลอื่นๆ

กานาเลดจ์มีถิ่นฐานอยู่ที่นครแห่งเวทมนตร์ การี่แลนด์ แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็จัดได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป้นมิตรกับมนุษย์

ต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์นี้ เชื่อกันว่าเป็นสัตว์ทดลองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยการดัดแปลงสถานะของสิ่งมีชีวิตโดยใช้เวทมนตร์ แม้ข้อเท็จจริงจะไม่เคยได้รับการพิสูจน์ก็ตาม ซึ่งอย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ น้อยคนนักที่จะสนใจเกี่ยวกับประวัติและที่มาที่ไปที่แน่ชัดของกานาเลดจ์




-----



(กานาเลดจ์เป็นชื่อของเผ่าพันธุ์นึงที่อยู่ในการี่แลนด์FFGNฮะ ไม่ใช่การี่แลนด์FFTนะ ^^" ยังมีเผ่าพันธุ์ที่เคยเขียนไว้ในฟิคเรื่องอื่นอีก ไว้จะทยอยลงให้ได้อ่านกันเน้อ)

edit @ 2006/10/13 10:31:45
edit @ 2006/10/13 10:42:52